แคชเมียร์ – ทัชมาฮาล 8 วัน ดินแดนสวรรค์บนดิน ใต้ขอบหิมาลัย

วันแรกของการเดินทาง กรุงเทพฯ – เดลี – อัครา 12.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออก ประตูที่ 10 เคาน์เตอร์ W เจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้การต้อนรับ 14.00 น. เหิรฟ้าจากกรุงเทพฯ สู่เมืองเดลี ประเทศอินเดีย โดยสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ IC856 ใช้เวลาบินประมาณ 4 ชั่วโมง 16.40 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติมหาตมะคานธีร์ เมืองเดลี ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอัครา เมืองเก่าแก่เมืองหนึ่งของประเทศอินเดีย เคยเป็นศูนย์กลางการปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล สลับกันกับเมืองเดลี และเป็นสถานที่ตั้งของทัชมาฮาล เดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง (ระยะทางประมาณ 205 ก.ม.) รับประทานอาหารเย็น ระหว่างทาง 23.00 น. เข้าที่พักที่เมืองอัครา นำท่านเดินทางสู่ที่พักโรงแรม Asok Country Resorts 4* หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สองของการเดินทาง อัครา – เดลี

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม หลังจากนั้นนำท่านชมอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ ทัชมาฮาล ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำยมุนา สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาว และหินทรายสีแดง ประดับประดาด้วย รัตนชาติหลากหลายชนิด ใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของ กษัตริย์ซาจาร์ฮาล ที่มีต่อพระมเหสีมุมตัส มาฮาล ที่สวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่14 ภายในชั้นล่างของทัชมาฮาลนั้นเป็นที่บรรจุร่างของพระนางมุมตัส และกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดมหินอ่อนสีขาวที่สวยงามโดดเด่นเปลี่ยนสีไปตามเวลาของแสงแดดที่ทอแสงสาดทัชมาฮาล ให้ท่านเดินชมบรรยากาศโดยรอบ รวมถึงวิวแม่น้ำยมนาด้านหลัง ที่มองข้ามแม่น้ำไปจะเห็น โครงการ ก่อสร้างแบล็คมาฮาล ซึ่งพระเจ้าซาจาร์ฮาลตั้งใจจะสร้างคู่กับทัชมาฮาลแต่เพราะเหตุอันใด เราพาท่านไปหาคำตอบที่ ”อัคราฟอร์ท” กัน Agra Fort “อัคราฟอร์ท” ห่างจากทัชมาฮาลประมาณ 3 กิโลเมตรเป็น พระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่ง ราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้น และป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วย พระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สนาม และอาคารทางเดินโดยรอบทั้ง อาคารหินทรายสีแดงสร้าง โดยกษัตริย์อัคบาร์ ที่นี่ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านกระจกเงาที่ตั้งอยู่ในที่คุมขังสะท้อนเงาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของ พระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์ เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเดลี ใช้เวลาเดินทาง 5 ชั่วโมง (ระยะทางประมาณ 205 ก.ม.) ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ จากนั้นนำท่านเข้าพักโรงแรม …….. 4* หรือเทียบเท่า พักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สามของการเดินทาง เดลี – ศรีนาคา

เช้า รับประทานอาหารที่โรงแรม อิสระให้ท่านพักผ่อน ได้เวลาพอสมควรนำท่านเดินทางไป สนามบินภายในประเทศ 11.40 น. เดินทางสู่ ศรีนาคา เมืองหลวงของแคว้นจามมูและแคชเมียร์ โดยสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ IC821 ใช้เวลาบินประมาณ 1.10 ชั่วโมง (อาจมีการเปลี่ยนแปลง) 14.10 น. เดินทางถึงสนามบินศรีนาคา นำท่านสู่ที่พักเรือบ้านเมืองศรีนาคา เมืองศรีนาคาเป็นเมืองหลวงฤดูร้อนของแคว้นจามมู-แคชเมียร์ คือเมืองแห่งทะเลสาบทางน้ำ เรือกสวนและสิ่งปลูกสร้างที่มีความสวยงามเหมือนภาพวาด ศรีนาคาตั้งอยู่ ณ ใจกลางของหุบเขาแคชเมียร์ที่ระดับความสูง 1,730 เมตร มีทิวทัศน์สวยงามยิ่งสามารถเยี่ยมชม ได้ทั้งปี หลังจากนั้นนำท่านชม สวนชาลิมาร์ ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุลในเมืองศรีนาคา แคชเมียร์เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ดอกไม้ จึงกลายเป็นที่ประทับ พักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต สวนชาลิมาร์แห่งนี้เป็นสวนแห่งความรักสร้างโดย จักรพรรดิ์ชาฮังคี ช่วงน้ำหลากน้ำพุภายในสวนเกิดขึ้นได้โดยแรงดันน้ำธรรมชาติที่มาจากภูเขา ในช่วงฤดูร้อนท่านจะได้พบกับดอกไม้นานาพรรณ รวมทั้งต้นชีน่าร์ (ชื่อต้นไม้ที่เรียกตามท้องถิ่น) หรือเมเปิ้ล ซึ่งใบจะมีขนาดใหญ่ต้นไม้ในสวนแห่งนี้ มีขนาดใหญ่มากบางต้นมีอายุกว่า 300-400 ปี จากนั้นนำชม สวนนิชาน ตั้งอยู่บนฝั่งของทะเลสาบดาล มีภูเขาซาร์บาวาล ตั้งเป็นฉากหลัง เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิ้ลอายุกว่า 400 ปี รวมถึงดอกบัวสวรรค์ ที่หาพบเห็นได้ยาก และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดิน และหนุ่มสาวแคชเมียร์ที่มักใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นัดหมาย พูดคุย และบางครอบครัว ก็มาปิคนิคทานอาหารเย็นกันที่สวนแห่งนี้ พร้อมกับความหนาวเย็นเข้ามาเยือน ได้เวลาสมควร เดินทางกลับที่พัก พักเรือบ้าน หรือที่เรียกกันว่าโรงแรมลอยน้ำที่ทะเลสาบดาล สัมผัสทัศนียภาพ ของเทือกเขาที่ล้อมรอบทะเลสาบดาล เย็น รับประทานอาหารค่ำที่เรือบ้าน ระดับ Deluxe Houseboat และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่สี่ของการเดินทาง ศรีนาคา – พาฮาลแกม

เช้า หลังรับประทานอาหารเช้า ขบวนรถจี๊บออกเดินทางจากศรีนาคา ไป หุบเขาแกะ หรือ พาฮาลแกม ห่างจากเมืองศรีนาคาไปทางทิศตะวันออกประมาณ 87 กิโลเมตร เป็นชุมทางที่คนท้องถิ่นใช้เป็น เส้นทางเข้าสู่เมืองจามมูและเดลีด้วย “พาฮาลแกม” เป็นเมืองที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,130 เมตร เป็นสถานที่มีชื่อเสียงที่สุดของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของอินเดีย ระหว่างทางสองข้างทางท่านจะผ่านพบวิถีชีวิตของชาวแคชเมียร์ที่หลากหลาย เช่นหมู่บ้านที่ทำครกหิน หมู่บ้านที่ทำไม้แบดสำหรับกีฬาคลิกเก็ต ที่เราจะพบเห็นชาวแคชเมียร์เล่นกีฬาประเภทนี้ได้ตาม สนามทั่วไป ไม้แบดนี้ทำมาจากต้นหลิว ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปทั้งในและนอกเมือง แต่จะพบเห็นได้มาก ระหว่างทางสู่เมืองพาฮาลแกม นอกจากนี้ เราจะได้เห็นทุ่งโล่งๆ ซึ่งในฤดูใบไม้ร่วงประมาณเดือนตุลาคม ท้องทุ่งแห่งนี้เป็นแหล่งปลูกหญ้าฝรั้น หรือ Saffron ที่ใหญ่ที่สุด ลักษณะดอกจะเป็นสีม่วงคล้ายๆ ดอกอัญชัญ ว่ากันว่าเกสรของหญ้าฝรั้นมีสรรพคุณในการช่วยลดคลอเรสเตอรอลได้ดี เที่ยง ถึงเมืองพาฮาลแกม รับประทานอาหารกลางวัน บ่าย หลังจากนั้นท่านสามารถเดินชมหุบเขา มีสายน้ำที่ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำริดเดอร์ ที่พาฮาลแกมท่านสามารถขี่ม้าแคระ (มีคนจูง) ชมความงามของธรรมชาติ ป่าสนขนาดใหญ่และหมู่บ้านที่มีวิถีชีวิตแบบพื้นบ้านของชาวแคชเมียร์ เส้นทางการขี่ม้าอาจแตกต่างไปตามฤดูกาล บางช่วงอาจเป็นเส้นทางไต่เขาสูงชัน สำหรับท่านที่กลัวความสูงโปรดพิจารณาก่อนตัดสินใจว่าจ้าง การขี่ม้าจะใช้เวลาไป-กลับประมาณ 1-2 ชั่วโมง (ค่าขี่ม้าไม่รวมในค่าทัวร์ ได้เวลาสมควรเดินทางกลับเมืองศรีนาคา แวะชมสินค้าพื้นเมืองเช่น พรมแคชเมียร์ ผ้าคลุมไหล่ ก่อนกลับเข้าสู่ที่พัก เย็น รับประทานอาหารเย็นที่เรือบ้าน ระดับ Deluxe Houseboat และพักผ่อนตามอัธยาศัย

วันที่ห้าของการเดินทาง ศรีนาคา – กุลมาร์ค

เช้า รับประทานอาหารเช้าที่เรือบ้าน นำท่านเดินทางโดยรถจี๊ปสู่กุลมาร์ค ชาวแคชเมียร์กล่าวขานว่า Meadow of Flower หรือ ทุ่งหญ้าแห่งดอกไม้ เป็นเส้นทางที่มุ่งสู่ชายแดนปากีสถาน ระยะทาง 56 กิโลเมตร จากศรีนาคา กุลมาร์คเป็น แหล่งท่องเที่ยวในฤดูหนาว มีระดับความสูง 2,730 เมตร จากระดับน้ำทะเล ในช่วงฤดูร้อนที่นี่จะเป็นที่ตั้งของสนามกอล์ฟที่สูงที่สุดในโลก โดยรอบจะพบเห็นกระท่อมรูปทรงแบบในเทพนิยาย ซึ่งมีป่าสนอยู่เบื้องหลัง ในช่วงฤดูหนาวที่นี่ ยังเป็นสถานที่เล่นสกีในฤดูหนาว ที่ค่าเช่าสกีจัดได้ว่าถูกที่สุดก็ว่าได้ และยังสถานเป็นที่ถ่ายทำ ภาพยนตร์อีกด้วย จากนั้นนำท่านขึ้นเคเบิลคาร์เฟส 1 (กระเช้าลอยฟ้า หรือกอนโดลา) ไปจนถึงยอดเขากุลมาร์ค ระหว่างทางขึ้นสู่ยอดเขากุลมาร์ค ท่านจะพบเห็นหมู่บ้านยิปซีในเบื้องล่าง ซึ่งจะอพยพไปอยู่ที่เมืองจามมูในช่วงฤดูหนาว และจะกลับมาอยู่อาศัยในช่วงฤดูร้อน เมื่อถึงบนยอดเขากุลมาร์คถ้าหากฟ้าเป็นใจไม่มีหมอกจัดท่านได้ถ่ายรูปกับทิวทัศน์ภูเขาที่บางยอด ยังมีหิมะปกคลุมสวยงามในทุกทิศทาง (ท่านสามารถเล่นสกีได้ระหว่างช่วงฤดูหนาว-ใบไม้ผลิ ม.ค. – เม.ย.) รวมถึงยอดเขา K2 ที่สูงเป็นอันดับสองรองจากยอดเขาเอเวอร์เรส (สำหรับท่านที่ต้องการพิชิตยอดเขากุลมาร์คที่สูงขึ้นไปอีก สามารถซื้อบัตรกอนโดลาสำหรับเฟส 2 ได้ ราคาประมาณ 500 รูปี (ต่อท่าน ไม่รวมในค่าทัวร์) จากนั้นอิสระให้ท่านถ่ายรูปทิวทัศน์ของภูเขาซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาหิมาลัย เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน บ่าย เดินทางกลับศรีนาคา นำท่านชม จามามัสยิด ซึ่งสร้างเป็น ครั้งแรกสมัยสุลต่านสิคานเดอร์ และบูรณะต่อมาอีกหลายสมัย เป็นมัสยิดที่สร้างด้วยรูปแบบของ สถาปัตยกรรมแบบจีนและเนปาล ด้วยหลังคาทรงสี่เหลี่ยม ภายในมีเสาที่ตัดจากต้นซีดาลทั้งต้น กว่า 300 ต้นเรียงรายอยู่ (ท่านสามารถทำบุญและบริจาคเพื่อช่วยทะนุบำรุงสถานที่ได้ก่อนเข้าชม) จากนั้นนำชมมัสยิดเขียว หรือดัสเกียร์มัสยิด ซึ่งมีอายุประมาณ 250 ปี เป็นหนึ่งในมัสยิดที่สำคัญ สร้างเพื่อระลึกถึงและเคารพบูชานักบวชชาวมุสลิมที่ชื่อ Pir Dasgir ภายในตกแต่งด้วย เปเปอร์ มาเช่ โดยส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียว ตกแต่งภายในด้วยการแกะสลักสวยงาม (ก่อนเข้าชมกรุณาคลุมศรีษะด้วยผ้า หรือหมวก เพื่อให้ความเคารพสถานที่) ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่เรือบ้าน และพักผ่อนตามอัธยาศัย บรรยากาศบนเรือบ้านจะขาด เสียไม่ได้คือพ่อค้าน่าไม่ค่อยใส (เพราะหนวดเครา) ที่เพียรพยายามเสนอขายสินค้าพื้นเมืองให้แก่ท่าน ไม่ว่าจะเป็น สินค้าที่ระลึกที่ทำมาจากกระดาษอัด หรือ Papier Mache, ไม้แกะสลัก, ผ้าคลุมไหล่, สร้อย กำไร และหากท่านไม่มีเงินรูปี ยังสามารถแลกกับนายธนาคารซึ่งลอยเรือ (ธนาคารเคลื่อนที่) คอยให้บริการท่านได้

วันที่หกของการเดินทาง โซนามาร์ค

เช้า รับประทานอาหารเช้า จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ โซนามาร์ค ซึ่งจะพบทิวทัศน์ที่น่าตื่นเต้นทา งที่ไต่ความสูงขึ้น พร้อมทิวทัศน์ของชาวชนบทแคชเมียร์ ความสูงไล่ขึ้นไปถึงระดับ 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีระยะห่างจากศรีนาคา 96 กิโลเมตร และมีเทือกเขาหิมาลัยเป็นฉากหลัง ที่เรียกขานตามท้องถิ่นว่า ทาจิวาส ภูเขาซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดปี มีแม่น้ำสินธุ ลดเลี้ยวผ่านหุบเขาในอีกฟากของถนน “โซนามาร์ค” เป็นสถานีเริ่มต้นที่จะมุ่งหน้าไปยังลาดัคห์ หรือเป็นรู้จักกันดีในชื่อว่า “ประตูสู่ลาดัคห์” ระหว่างทางท่านจะพบเห็นรั้วที่มีขวดเปล่า 2 ใบแขวนไว้ (ลองทายซิว่าเอาไว้ทำอะไร) เที่ยง ถึงโซนามาร์ค รับประทานอาหารกลางวันแบบปิกนิก บ่าย ท่านสามารถเดินชมธรรมชาติสัมผัสอากาศที่หนาวเย็น ชมวิวภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนจนแสบตาและสองฟากฝั่งถนนที่เต็มไปด้วยธารน้ำแข็ง ถนนบางช่วงต้องตัดผ่านช่องน้ำแข็งขนาดใหญ่ ที่นี่จะมีกิจกรรมแบบแคชเมียร์ให้ท่านได้ลองหา ประสบการณ์ การนั่งเลื่อน (มีคนลาก) สู่เนินหิมะด้าน บนจากนั้นปล่อยให้ลื่นไหลลงมา (ค่าเลื่อนไม่รวมในค่าทัวร์ โปรดสอบถามรายละเอียดจากหัวหน้าทัวร์) ได้เวลาพอสมควร เดินทางกลับแวะชมฟาร์มปลาเทราท์ และให้ท่านได้แวะถ่ายรูปข้างทางตามอัธยาศัยก่อนเดิน ทางกลับถึงที่พัก เย็น รับประทานอาหารเย็นที่เรือบ้าน และถ้ายังไม่ง่วงนอน ท่านสามารถ เพลิดเพลินกับการช้อปปิ้งสไตล์และราคาแบบชิคาราบนเรือบ้านของท่าน (เสมือนเป็นการทดสอบความอดทน)

วันที่เจ็ดของการเดินทาง ศรีนาคา – เดลี เช้ามืด

นำท่านลงเรือชิคาราสู่ตลาดน้ำท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ระหว่างทางจะผ่านสวนผักลอยน้ำและร้านค้าที่ปักหลักกันกลางทะเลสาบและตามสันดอน สัมผัสวิถีชีวิตให้เต็มรูปแบบของพ่อค้า (พ่อค้าจริงๆ ไม่มีแม่ค้า) และชาวสวนผัก ที่พร้อมใจ กันมาซื้อขายแลกเปลี่ยนผลิตผลที่ตลาดน้ำ ได้เวลาพอสมควรนำท่านกลับเรือบ้าน รับประทานอาหารเช้า อิสระพักผ่อนและเก็บสัมภาระ เตรียมเดินทางกลับ 11.30 น. รับประทานอาหารกลางวันที่เรือบ้าน ได้เวลาสมควรเดินทาง ออกเดินทางสู่สนามบินศรีนาคา 14.55 น. เหินฟ้าสู่เมืองเดลี โดยสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ IC 826 17.20 น. เดินทางถึงสนามบินเดลี จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้งที่ถนนจันผัต ได้เวลาพอสมควรนำท่านรับประทานอาหารค่ำ 21.30 น. เดินทางสู่สนามบินนานาชาติเดลี เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ

วันที่แปดของการเดินทาง เดลี – กรุงเทพฯ

00.50 น. เหินฟ้ากลับกรุงเทพฯ โดยสายการบินอินเดียนแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ IC 853