คุนหมิง ลี่เจียง ทุ่งหญ้าหวินชานผิง อุทยานน้ำหยก เมืองโบราณลี่เจียง โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง ช่องแคบเสือกระโจน ทะเลสาบนาพาไห่ เต๋อชิง วัดตงจู้หลิน ภูเขาหิมะไป๋หมาง ธารน้ำแข็งหมิงหย่ง วัดเฟ่ยไหล จงเตี้ยน วัดชงจ้านหลิน

วันที่ 11 เม.ย. สนามบินสุวรรณภูมิ
24.00 น. ทุกท่านพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศ ชั้น 4 (ประตู 10) เคาน์เตอร์ U 15 – U 21 สายการบิน CHINA EASTERN AIRLINES (MU)

โดยมีเจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกเรื่องเอกสารการเดินทางให้แก่ท่าน

วันที่ 12 เม.ย. ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ– คุนหมิง – ลี่เจียง – สระมังกรดำ – เมืองโบราณลี่เจียง – เมืองโบราณซู่เหอ 03.00 น. ออกเดินทางสู่นครคุนหมิงโดยสายการบินไชน่าอีสเทรินแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU….. 06.00 น. ถึงท่าอากาศยานเมืองคุนหมิง …………. เหิรฟ้าสู่เมืองลี่เจียง โดยสายการบินไชน่าอีสเทรินแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU….. …………. ถึง เมืองลี่เจียง เป็นเมืองซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีทัศนียภาพงดงาม เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวหน่าซี ถือเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีความน่าสนใจทั้งทางขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรม เช่น การมีโครงสร้างทางสังคมแบบสตรีเป็นใหญ่ นอกจากนั้นยังมีภาษาภาพสัญลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์อีกด้วย เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร จากนั้นชม สระมังกรดำ ชมความงดงามของอุทยานที่กว้างใหญ่และน้ำในบึงที่ใสสะอาดมากจนสามารถชมยอดเขาหิมะมังกรหยก ได้อย่างงดงามและชัดเจนอีกด้วย จากนั้น ชมเมืองเก่าดาหยันหรือเมืองเก่าลี่เจียง ที่มีประวัติ 800 กว่าปี และยังคงรักษาความงามในอดีตไว้เป็นอย่างดี ทางเดินที่ปูด้วยหินอัดแน่น อาคารไม้แบบจีนโบราณ ลำธารที่ไหลผ่านเกือบทุกหลังคาเรือน สะพานโค้งหินที่เก่าแก่ ต้นหลิวริมธารที่ปลิวไปมาตามสายลม ทั้งหมดเหล่านี้ได้ทำให้เมืองเล็กๆ แห่งนี้กลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของโลก โดยองค์การ UNESCO ได้ประกาศเมื่อปี ค.ศ. 1997 เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านมุ่งสู่ เมืองโบราณซู่เหอ ซึ่งเป็นหมู่บ้านโบราณกว่า 900 ปี ของชาวเผ่านาซีที่มีความเป็นธรรมชาติของชาวท้องถิ่นจริงๆ ไม่ได้แต่งเติมใดๆ ชมร้านค้าหัตถกรรมฝีมือชาวบ้าน เช่น ผ้าคลุมไหล่ กระเป๋าหนัง รองเท้าหนังแท้ เครื่องประดับ ตลอดจนบ้านเรือนที่เรียงรายและล้อมรอบด้วยคูน้ำ ตามธรรมชาติที่ไหลลงมาจากเขาหิมะมังกรหยก และมี Villa ขนาดเล็กเรียงรายตลอดทั่วบริเวณ ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ Lijiang Shiner Hotel

หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

วันที่ 13 เม.ย. ภูเขาหิมะมังกรหยก(กระเช้าทุ่งหญ้าหวินซานผิง) – โชว์ใหญ่ลี่เจียง – อุทยานน้ำหยก – วัดอวี้เฟิง เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม นั่งกระเช้าไฟฟ้าขึ้นสู่บริเวณ ทุ่งราบหวินซานผิง ที่มีต้นสนอายุกว่าพันปีเพื่อนชมทัศนียภาพอันแสนงดงามของธรรมชาติและจากที่นี่ท่านสามารถมองเห็นความงาม ของ เทือกเขาหิมะมังกรหยก ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขานี้ สูงจากระดับน้ำทะเล ถึง 5,596 เมตร ซึ่งมองดูแล้วมีลักษณะคล้ายมังกรนอนอยู่บนก้อนเมฆ จึงเป็นที่มาของชื่อเทือกเขาแห่งนี้ ทุ่งราบหวินซานผิงเป็นทุ่งหญ้าที่เขียวขจี อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตร ซึ่งท่านสามารถชื่นชมธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยขุนเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่พอถึงฤดูหนาวเมื่อยามที่หิมะปกคลุมได้ที่ก็จะกลายเป็นลานน้ำแข็งเหมาะแก่การเล่นกีฬาฤดูหนาว ชมทิวทัศน์ของภูเขาหิมะที่โอบล้อมรอบตัวเรา ชมการแสดงพื้นเมืองของชาวเผ่านาซีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และนำท่านชมโชว์ใหญ่ลี่เจียง ผู้กำกับชื่อก้องโลก จาง อวี้ โหมว ได้เนรมิตให้ภูเขาหิมะมังกรหยกเป็นฉากหลัง และบริเวณทุ่งหญ้าเป็นเวทีการแสดง โดยใช้นักแสดงกว่า 600 ชีวิต แสง สี เสียง ตระการตา เล่าเรื่องราวชีวิต ความเป็นอยู่ และชาวเผ่าต่างๆ ของเมืองลี่เจียง เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชม อุทยานน้ำหยก เป็นสถานที่แสดงวัฒนธรรมของชนเผ่านาซีกลมกลืนกับธรรมชาติ ประกอบด้วยประตูสวรรค์ ซึ่งมีรูปปั้น แกะสลักด้วยไม้ข้างขวาเป็นพ่อ ข้างซ้ายเป็นแม่ และน้ำตกมังกร ที่ไหลหลั่งไปตามไหล่เขา แบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นแรกชื่อว่า มังกรออกถ้ำ ชั้นที่สองชื่อว่า มังกรเล่นน้ำ ชั้นที่สามชื่อว่า มังกรโบยบิน และยังมีต้นไม้เทวดา ซึ่งเป็นที่สักการะบูชาของคนในพื้นที่มีอายุมากกว่า 500 ปี จากนั้นนำท่านสู่ วัดอวี้เฟิง ซึ่งเป็นวัดลามะทิเบต ที่เก่าแก่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1756 ภายในบริเวณวัดจะปลูก ต้นฉาฮวาหรือคามิเลียขนาดยักษ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ ชนิดหนึ่งมีดอกคล้ายกุหลาบ บางต้นมีอายุเก่าแก่ร่วม 600 ปี และสามารถออกดอกได้มากถึงครั้งละ 10,000 ดอก

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ Lijiang Shiner Hotel หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

วันที่ 14 เม.ย. ลี่เจียง – โค้งแรกแม่น้ำแยงซีเกียง – หมู่บ้านสือกู่ – ช่องแคบเสือกระโจน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านโดยสารรถโค้ชปรับอากาศเดินทางเข้าสู่ เมืองจงเตี้ยน ถือเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในเขตปกครองตนเองชนชาติทิเบตแห่งตี้ชิง ตั้งอยู่บนที่ราบสูงตี้ชิง (สถานที่อันเป็นสิริมงคล) ตรงรอยต่อตะเข็บชายแดนทิเบต -ยูนนาน- เสฉวน เป็นดินแดนสวรรค์ของสัตว์และพืชพรรณต่างๆโดยเฉพาะเป็นแหล่งสมุนไพรสำคัญของจีน เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังจากนั้นนำท่านสู่ ฉางเจียงตี่ยี่วาน ( โค้งแรกแม่น้ำแยงซี ) เกิดจากแม่น้ำแยงซีที่ไหลลงมาจากชิงไห่และทิเบตซึ่งเป็นที่ราบสูงไหลลงมากระทบกับเขาไห่หลอ แล้วหักเส้นทางโค้งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนเกิดเป็น “ โค้งแรกแม่น้ำแยงซี ” นำท่านชมกองหินโบราณ และอนุสาวรีย์ดาวแดงที่หมู่บ้านสือกู่ อันเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้ทราบว่าจักรพรรดิกุบไลข่านเคยเดิน ทัพผ่านและได้กล่าวชมว่า แม่น้ำและดินแดนแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง ดั่งได้รับประทานจากพระเจ้า แล้วนำชมหุบผาเสือกระโจน “ไทเกอร์ลิปปิ้งจอร์จ” ซึ่งเป็นหุบเขาที่ลึกแห่งหนึ่งในโลก นำท่านชมกองหินโบราณ และอนุสาวรีย์ดาวแดงที่ หมู่บ้านสือกู่ อันเป็นอนุสรณ์ให้คนรุ่นหลังได้ทราบว่าจักรพรรดิกุบไลข่านเคยเดินทัพ ผ่านและได้กล่าวชมว่า แม่น้ำและดินแดนแถบนี้มีความอุดมสมบูรณ์ยิ่ง ดั่งได้รับประทานจากพระเจ้า แล้วนำชมหุบผาเสือกระโจน “ไทเกอร์ลิปปิ้งจอร์จ” ซึ่งเป็นหุบเขาที่ลึกแห่งหนึ่งในโลก หลังจากนั้นนำท่านชม ช่องแคบเสือกระโจน ซึ่งเป็นช่องแคบช่วงแม่น้ำแยงซีไหลลงมาจากจินซาเจียง (แม่น้ำทรายทอง) เป็นช่องแคบ ที่มีน้ำไหลเชี่ยวมาก ช่วงที่แคบที่สุดประมาณ 30 เมตร ตามตำนานเล่าว่า ในอดีตช่องแคบเสือนี้สามารกระโดด ข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้ จึงเป็นที่มาของ “ ช่องแคบเสือกระโจน ” ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พัก Holy Palace Hotel หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

วันที่ 15 เม.ย. วัดตงจู้หลิน – ภูเขาหิมะไป๋หมาง – เต๋อชิง เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นเดินทางขึ้นไปทางทิศเหนือของมณฑลยูนนาน ชายแดนทิเบต-ยูนนาน-เสฉวนสู่ เมืองเต๋อซิ่ง หรือตี่ซิ่งซึ่งเป็นเมืองในเขตที่ราบสูงทิเบต-ตี่ซิ่ง ชื่อเมืองมีความหมายว่าเป็นสถานที่อันเป็นสิริมงคล ชาวทิเบตถือว่าดินแดนแถบนี้เป็นแคว้นกัมของทิเบต แต่รัฐบาลจีนประกาศให้รวมไว้ในมณฑลยูนนาน ท่านจะตื่นตาตื่นใจกับการนั่งรถยนต์ ไต่ถนนที่สูงเสียดฟ้า รถจะไต่ผ่านหุบเขามากมายเส้นทางสุดเสียวแต่จะตรึงตาตรึงใจในความทรงจำตลอดไป นับได้ว่าถนนสายนี้เป็นถนนไต่ภูเขาลัดเลาะเส้นขอบฟ้าที่สวยที่สุดของจีนเส้นทางหนึ่ง เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางมุ่งสู่ วัดตงจู้หลิน ซึ่งเป็นวัดธิเบต นิกายหมวกเหลืองตัวอาคารตระหง่านอยู่หน้าหุบเขาสูงเด่นเป้นสง่าสวยงามมากบริเวณ โดยรอบเป็นกุฏิพระลามะ มีพระพุทธรูปจากเมืองลาซาสมัยราชวงศ์ประดิษฐานอยู่ ให้ท่านอิสระบันทึกภาพวิวทิวทัศน์และนมัสการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดตามอัยาศัยจนสมควรแก่เวลา จากนั้นนำท่านชม ภูเขาหิมะไป๋หมาง ซึ่งตั้งอยู่สูงตระหง่านและมีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปี ให้ท่านได้ชมความงามและบันทึกเก็บภาพความทรงจำท่ามกลางความหนาวเย็นของภูเขาหิมะแห่งนี้ตามอัธยาศัย

ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พักที่ Rainbow Grand Hotel หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

วันที่ 16 เม.ย ธารน้ำแข็งหมิงหย่ง – วัดเฟยไหล – จงเตี้ยน เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม จากนั้นนำท่านชม ธารน้ำแข็งหมิงหย่ง ซึ่งเป็นธารน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ในละติจูดที่ต่ำที่สุดของจีนวัดโอรสสวรรค์สร้างขึ้นเพื่อบูชาเทพแห่งยอดเขาเหมยลี่ เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านชม วัดเฟยไหล ที่สง่างาม เบื้องล่างคือหุบเหว ที่มีแม่น้ำหลันชาง หรือ แม่น้ำล้านช้าง ที่ไหลคดเป็นงูไหลผ่าน แม่น้ำสายนี้เมื่อไหลผ่านดินแดนสิบสองปันนา และไหลเข้าไปในเขตไทย ลาว เขมร จะเรียกว่าแม่น้ำโขง ที่นี้ท่านยืนอยู่ห่างจากจังหวัดอุบราชธานี ประเทศไทย เป็นระยะทาง 2,000 กม. จากนั้นเดินทางสู่ เมืองจงเตี้ยน ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่ Holy Palace Hotel หรือเทียบเท่าระดับเดียวกัน

วันที่ 17 เม.ย. ทุ่งหญ้านาพาไห่ – วัดซงจ้างหลิน – จงเตี้ยน – คุนหมิง – กรุงเทพฯ เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม ต่อจากนั้นนำชม ทุ่งหญ้านาพาไห่ ห่างจากเมืองจงเตี้ยน เพียง 8 กิโลเมตร (ระดับความสูง 3,260 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล) เป็นจุดรวมของน้ำแข็งที่ละลายมาจากแม่น้ำ NAGQU และแม่น้ำ NAIZI ในฤดูร้อนทุ่งหญ้าแห่งนี้จะกลายเป็นทะเลสาบสีน้ำเงินสีเดียวกันกับท้องฟ้า พอถึงหน้าแล้งทะเลสาบแห่งนี้จะเปลี่ยนเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจีใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ และพอถึงเดือนกันยายน นาพาไห่จะมีนกหลายชนิดอพยพจากที่ราบสูงทิเบต-ชิงไห่ มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น นกน้ำ, ห่านป่า, เป็ดป่า, นกกระเรียนคอดำ ฯลฯ เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร นำท่านเดินทางสู่ วัดซงจ้างหลิง ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาฝอปิง ห่างจากเมืองจงเตี้ยนไปทางเหนือ 4 กม. สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1679 เป็นวัดลามะ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี มีพระลามะจำพรรษาอยู่กว่า 700 รูป สร้างขึ้นโดยดะไลลามะองค์ที่ 5 ซึ่งใกล้เคียง กับสมัยอยุธยาตอนต้น ในช่วงศตวรรษที่ 18 สมัยจักรพรรดิ์คังซี แห่งราชวงศ์ชิง ได้มีการซ่อมแซม ต่อเติมอีกหลายครั้ง โครงสร้างของวัดแห่งนี้สร้างตามแบบพระราชวังโปตาลา ในเมืองลาซา (ธิเบต) มีหอประชุมหลัก 2 ห้อง และโอบล้อมไปด้วย ห้องพักสำหรับพระกว่า 100 ห้อง นอกจากนี้ยังมีโบราณวัตถุอีกมากมาย รวมทั้งรูปปั้นทองสัมฤทธิ์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร 19.40 น. ออกเดินทางกลับคุนหมิงโดยสายการบินไชน่าอีสเทรินแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU5936 20.40 น. ถึงท่าอากาศยานเมืองคุนหมิง 23.30 น. เหิรฟ้ากลับกรุงเทพฯโดยสายการบินไชน่าอีสเทรินแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MU….

. 01.00 น. ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ